เขตอู่ต้าหลินฉือ Wudalinchi

เขตอู่ต้าหลินฉือ (Wudalianchi) มรดกธรรมชาติแห่งภูเขาไฟ มณฑลเฮยหลงเจียง

เขตอู่ต้าหลินฉือ (五大连池, Wudalianchi) เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของมณฑลเฮยหลงเจียง ตั้งอยู่ภายใต้การปกครองของเมือง Heihe ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑล ห่างจากเมือง Harbin ประมาณ 350 กิโลเมตร พื้นที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะ อุทยานธรณีระดับชาติของจีน และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย UNESCO Global Geoparks จากคุณค่าทางธรณีวิทยา ภูเขาไฟ และระบบนิเวศที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

ดินแดนแห่ง “ทะเลสาบทั้งห้า” ที่ถือกำเนิดจากภูเขาไฟ

หัวใจของอู่ต้าหลินฉือคือ ทะเลสาบทั้งห้า ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “อู่ต้าหลินฉือ” (五大连池 แปลตรงตัวว่า ห้าทะเลสาบที่เชื่อมต่อกัน) ทะเลสาบเหล่านี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟหลายระลอกในอดีต โดยเฉพาะการปะทุครั้งใหญ่เมื่อราว ค.ศ. 1719–1721 ลาวาที่ไหลทับถมได้ปิดกั้นเส้นทางของ Bai River จนแม่น้ำถูกแบ่งออกเป็นทะเลสาบ 5 แห่ง ลักษณะเรียวยาว โค้งคล้ายพระจันทร์เสี้ยว และเชื่อมถึงกันด้วยระบบแม่น้ำใต้ดินจำนวนมาก

จุดเด่นที่น่าทึ่งคือ สีของน้ำในแต่ละทะเลสาบไม่เหมือนกัน

  • ทะเลสาบที่ 1–2: สีน้ำตาลอ่อนปนเขียว

  • ทะเลสาบที่ 3: สีฟ้าใสอมม่วง

  • ทะเลสาบที่ 4: สีเหลืองอมเขียว

  • ทะเลสาบที่ 5: สีเขียวอมเหลือง

จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า สีที่แตกต่างกันเกิดจาก องค์ประกอบแร่ธาตุที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งถูกพามากับกระแสน้ำใต้ดิน ประกอบกับพื้นท้องทะเลสาบที่เป็นหินลาวาและตะกอนชนิดต่าง ๆ รวมถึงการมี สาหร่ายเซลล์เดียวหลากหลายชนิด ที่สะท้อนแสงต่างกัน ทำให้ทะเลสาบแต่ละแห่งมีสีเฉพาะตัวอย่างชัดเจน

กลุ่มภูเขาไฟ 14 ลูก และภูมิประเทศลาวาอันน่าพิศวง

เขตอู่ต้าหลินฉือประกอบด้วย กลุ่มภูเขาไฟมากกว่า 14 ลูก ทั้งที่ยังคงสภาพชัดเจนและที่ดับสนิทแล้ว ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นลาวาบะซอลต์สีดำ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งใน ภูมิประเทศภูเขาไฟที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน

ห่างจากบริเวณทะเลสาบราว 15 กิโลเมตร จะพบกับ The Stone Sea หรือ ทุ่งทะเลหินลาวา ซึ่งเกิดจากลาวาที่เย็นตัวอย่างรวดเร็วและแข็งตัวเป็นคลื่นคดโค้ง ราวกับของเหลวที่ถูกแช่แข็งในเวลาอันสั้น ภูมิประเทศลักษณะนี้พบได้ยากมาก และมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับทุ่งลาวาใกล้ ภูเขาไฟวิซูเวียส ในอิตาลี

ถ้ำน้ำแข็งและแม่น้ำใต้ดิน: โลกอีกใบใต้ผืนลาวา

หนึ่งในความมหัศจรรย์ที่ทำให้อู่ต้าหลินฉือแตกต่างจากแหล่งภูเขาไฟอื่น คือ ถ้ำน้ำแข็งและถ้ำลาวาใต้ดิน ถ้ำเหล่านี้เกิดจากการที่ลาวาทรุดตัวและถูกกัดเซาะโดยธารน้ำใต้ดิน จนกลายเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ บางแห่งมีแม่น้ำใต้ดินไหลผ่าน และบางแห่งเกิดน้ำแข็งสะสมตลอดทั้งปี แม้อุณหภูมิภายนอกจะอบอุ่นในฤดูร้อนก็ตาม

ปัจจุบันมีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในถ้ำบางแห่ง พร้อมการจัดแสงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมความงดงามของ น้ำแข็ง หินลาวา และโครงสร้างทางธรณีวิทยา อย่างปลอดภัย

น้ำพุแร่เย็นชื่อดังของจีน

บริเวณเชิงเขาเหยาเฉวียนภายในอุทยาน เป็นที่ตั้งของ บ่อน้ำพุแร่เย็นอู่ต้าหลินฉือ ซึ่งมีชื่อเสียงมากในประเทศจีน น้ำแร่เหล่านี้มีแหล่งกำเนิดจากระบบน้ำใต้ดินที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบทั้งห้า อุดมด้วยแร่ธาตุ เช่น เหล็ก ซิลิกา และคาร์บอเนต

ในอดีต น้ำแร่อู่ต้าหลินฉือถูกนำไปใช้ในเชิงการแพทย์และการบำบัดสุขภาพอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันยังมีการบรรจุขวดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ และถือเป็นหนึ่งใน “น้ำแร่ธรรมชาติคุณภาพสูง” ของจีน

อารามจงหลิง: วัดกลางปล่องภูเขาไฟ

อีกหนึ่งสถานที่สำคัญคือ Zhongling Temple วัดเพียงแห่งเดียวที่สร้างอยู่ ใจกลางปล่องภูเขาไฟเหยาเฉวียน ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่เก่าแก่ที่สุดในอุทยาน มีอายุราว 1 ล้านปี และดับสนิทแล้ว ตัวภูเขาไฟมีความสูงประมาณ 356 เมตร

จากจุดชมวิวบริเวณวัด สามารถมองเห็นภาพรวมของทะเลสาบทั้งห้า ทุ่งลาวา และภูมิประเทศของอุทยานธรณีวิทยาได้อย่างชัดเจน ทำให้อารามแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมสูง

คุณค่าเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน เขตอู่ต้าหลินฉือ ได้รับการบริหารจัดการในฐานะพื้นที่อนุรักษ์สำคัญของจีน มีการจำกัดกิจกรรมที่อาจกระทบต่อระบบนิเวศ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและธรณีวิทยา (Geotourism) เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ของโลกผ่านภูเขาไฟ น้ำ และหินลาวา อย่างยั่งยืน

อู่ต้าหลินฉือจึงไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่เป็น ห้องเรียนกลางแจ้งด้านธรณีวิทยาและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักธรรมชาติ ภูเขาไฟ และการท่องเที่ยวเชิงความรู้

Visitors: 633,149