เมืองซีอาน

 

เมืองซีอาน

เมืองซีอาน เป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่ เกือบสามพันปี เดิมชื่อ เสียนหยาง (Xianyang) เคยเป็นเมืองหลวงของจีนถึง 13 ราชวงศ์ ตั้งแต่ประมาณ 1,100 ปี ก่อนคริสตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง 221-207 ปีก่อนคริสตกาลซึ่งเป็นยุค ราชวงศ์ฉิน ของ ฉินซีฮ่องเต้ หรือ ฉินซื่อหวงตี้ (Qin Shi Huang) จักรพรรดิผู้ได้รับการยอมรับว่า เป็นปฐมกษัตริย์แห่งแผ่นดินจีน ชื่อของ “ซีอาน” มีความหมายว่า ความสงบสุขทางะวันตก หรือที่ในอดีตมีชื่อว่า “ฉางอาน” ที่หมายถึงความสงบสุขชั่วนิรันดร์
 
ปัจจุบันซีอาน เป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซี เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่งของจีนเมือง เพราะในอดีตซีอานเคยเป็นเมืองหลวงของ 13 ราชวงศ์ เรียกได้ว่าการได้มาเที่ยวที่เมืองซีอานก็เหมือนได้มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์และรู้ถึงอารยธรรมโบราณของจีนอันน่าสนใจ
 

วัดฉือเอิน

วัดฉือเอิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ต้าเยี่ยนถ่า” เจดีย์ห่านป่าใหญ่ วัดนี้เคยเป็นอารามหลวงที่สร้างขึ้นโดยฮ่องเต้ถังเกาจงเพื่อตอบแทนคุณมารดา หลังจากสร้างเสร็จได้นิมนต์พระถังซัมจั๋งมาเป็นเจ้าอาวาสและแปลพระคัมภีร์พระไตรปิฎกที่นำมาจากอินเดีย พระถังซัมจั๋งได้เป็นผู้ออกแบบและร่วมสร้างเจดีย์ห่านป่า ขึ้นเพื่อเก็บพระไตรปิฎก ลักษณะของเจดีย์จะคล้ายแบบอินเดีย มี 7 ชั้น สูง 64.7 เมตร ในสมัยก่อนจะสร้างเจดีย์ด้วยดินทั้งหมด แต่พอมาในสมัยราชวงศ์หมิง ได้รับการบูรณะเป็นอิฐทั้งหมด

 

 

มัสยิดใหญ่แห่งซีอาน

มัสยิดใหญ่แห่งซีอาน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน จากจารึกบนแผ่นหินที่มัสยิดทำให้ทราบว่า มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ.742 ในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-ค.ศ.907) ซึ่งเป็นผลมาจากการเผยแพร่ศาสนาอิสลามในเขตตะวันเฉียงเหนือของจักรวรรดิจีนโดยพ่อค้าอาหรับ เปอร์เซีย และเอเชียกลางช่วงศตวรรษที่ 7 พ่อค้าเหล่านี้แต่งงานกับสาวจีน และลูกหลานของพวกเขาในเวลาต่อมาคือชาวจีนมุสลิมในทุกวันนี้

มัสยิดซีอานมีอายุเก่าแก่เกือบ 1,300 ปี ตกแต่งด้วยศิลปะอาหรับผสมกับศิลปะจีนได้อย่างกลมกลืน มัสยิดแห่งนี้มีเนื้อที่ 12,000 ตารางเมตร อาคารใหญ่ขนาด 6,000 ตารางเมตร แบ่งลานออกเป็น 4 ส่วน มีความกว้าง 47 เมตร และยาว 250 เมตร มีสวนโดยรอบ

มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดแห่งเดียวในเมืองจีนที่เปิดตั้งแต่ 8:00 AM ถึง 7:30 PM แต่ไม่อนุญาตให้ผู้ที่มิใช่มุสลิมเข้าห้องโถงละหมาดช่วงเวลาละหมาด

สุสานฮั่นหยางหลิง

สุสานฮั่นหยางหลิง ที่ได้รับสมญาว่า สุสานแห่งความสุขยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ผู้ทรงใช้นโยบาย “ผ่อนพักราษฎร” หรือ “การปกครองแบบไม่ปกครอง”ความสุขและความเจริญแห่งยุคสมัย ได้ปรากฏโฉมออกมาให้เห็นสู่สายตาสาธารณชนอย่างเป็นทางการ เมื่อปลายปี ค.ศ.๑๙๙๙ ที่ผ่านมา นั่นคือ การเปิดสุสานฮั่นหยางหลิงของพระองค์ เอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับฮั่นหยางหลิงคือ กองทัพสัตว์ดินเผา คือ สุกร แกะ แพะ หรือแม้แต่สุนัข ไก่ ถูกฝังเรียงแถวไว้อย่างเป็นระเบียบ เช่นเดียวกับกองทหารและข้าทาสขององค์จักรพรรดิ โดยเฉพาะหุ่นรูปบุรุษ สตรี และขันที

 

 
 

สุสานจักรพรรดิฉินที่ 1

สุสานจักรพรรดิฉินที่่ 1 หรือสุสานจิ๋นซี เป็นสถานที่สำคัญที่สุดของเมืองซีอาน ที่ได้รับการประกาศรับรองจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกในปี ค.ศ.1987 คือ กองทัพทหารดินเผาของกษัตริย์จิ๋นซี ซึ่งถูกฝังไว้ใต้ดิน สุสานทหารหุ่นแห่งนี้ชาวนาจีนได้ขุดค้นพบในปีค.ศ. 1974 เป็นจำนวนกว่า 7,000 ตัวหุ่นทหารทุกตัวมีขนาดเท่าตัวคนจริง และมีใบหน้าแตกต่างกันทุกตัว มีบันทึกว่าสุสานแห่งนี้ใช้แรงงานทาสเป็นจำนวนถึง 726,000 คน ใช้เวลาก่อสร้าง 36 ปี

 

สุสานหวงตี้หลิง

สุสานหวงตี้หลิง ตั้งอยู่ที่อำเภอหวางหลิง มณฑลส่านซีออกไปประมาณ 1 กิโลเมตรบนภูเขาเฉียวซาน บนเขาบริเวณสุสานหวางตี้ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวจีน โดยทั่วไปในสมัย 5,000 ปีก่อน สุสานสูง 3.5 เมตร รอบสุสานยาว 48 เมตร ด้านหน้าเป็นป้ายวิญญาณที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิงปี ค.ศ.1776 ตั้งแต่โบราณนานนม ชาวจีนทุกราชวงศ์ ทุกสมัยมีการจัดพิธีไหว้หวงตี้ ผู้ก่อตั้งต้นตระกูลชนชาติจีน ปัจจุบันทุกๆปี ยังมีคนชาวจีนหลั่งไหลมาจากทั่วประเทศและทั่วทุกมุมโลกจัดพิธีเคารพไหว้เพื่อระลึก และสืบหาต้นตอของตน ถือเป็นงานระดับโลกแห่งหนึ่งของจีน

 

ศาลเจ้าเซวียนหยวน

ศาลเจ้าเซวียนหยวน สักการะศาลเจ้าเซวียนหยวน เรียกอีกอย่างว่า ศาลเจ้าหวงตี้ ซึ่งชาวฮั่นถือกันว่าเป็นบรรพบุรุษของชนชาติจีน เป็นส่วนหนึ่งในสุสานหวงตี้ ตั้งอยู่บนภูเขา เฉียวซานภายในศาลเจ้ามีสถาปัตยกรรมต่างๆมากมาย 

 

น้ำตกหูโข่ว

น้ำตกหูโข่ว เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดบนแม่น้ำเหลือง และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง ของประเทศจีน เกิดจากการที่แม่น้ำหวงเหอทั้งสาย ไหลกระโจนลงจากหน้าผา กระแสน้ำซัดสาดฟองคลื่นฟูฟ่องดั่งฝูงอาชาวิ่งประชันกันฝุ่นตลบยังเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณแห่งชนชาติจีน น้ำตกหูโข่วมีเขตแดนด้านตะวันออกอยู่ในหมู่บ้านหูโข่ว เมืองหลินเฝิน ของมณฑลซานซี และเขตตะวันตกอยู่ในเมือเหยียนอัน มณฑลส่านซี ส่งเสียงดังกึกก้อง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปชมกัน

Visitors: 624,765